Skip to main content

IDL HOSPITAL

เพราะความมั่นใจ สร้างได้ที่ IDL Hospital

5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่หลายคนยังเข้าใจผิด

MYTH & FACT เรื่อง “มะเร็งเต้านม” ที่หลายคนยังเข้าใจผิด 1. ผู้ชายไม่มีทางเป็นมะเร็งเต้านม?✅ ข้อเท็จจริง : ผู้ชายก็มีเนื้อเยื่อเต้านม จึงเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน แม้จะมีโอกาสพบได้น้อยกว่าผู้หญิงก็ตาม 2. ชุดชั้นในมีโครง ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม?✅ ข้อเท็จจริง : ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน การรัดแน่นของโครงเสื้อในอาจทำให้รู้สึกแค่อึดอัดหรือระคายเคืองเท่านั้น 3. มะเร็งเต้านม ต้องมีก้อนเท่านั้น?✅ ข้อเท็จจริง : บางครั้งอาจตรวจไม่พบก้อน แต่แสดงอาการผ่านรูปร่างเต้านมที่เปลี่ยนไป ผิวหน้าอกบุ๋ม หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกจากหัวนม 4. เสริมหน้าอก เสี่ยงมะเร็งเต้านม?✅ ข้อเท็จจริง : มีการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า การศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม 5. ไม่มีคนในครอบครัวเป็น = เราไม่เสี่ยง?✅ ข้อเท็จจริง : ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อายุ ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ⚠️ หากพบความผิดปกติ อย่าชะล่าใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

โปรแกรมเสริมหน้าอก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่?

ทำโปรแกรมเสริมหน้าอก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่? ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าซิลิโคนที่ใช้ในโปรแกรมเสริมหน้าอกเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ก่อนตัดสินใจควรทำความเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมตรวจประเมินและติดตามสุขภาพเต้านมอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ซิลิโคนเต้านมมีความเกี่ยวข้องกับ BIA-ALCL ซึ่งเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหายากที่อาจเกิดบริเวณของเหลวหรือพังผืดรอบซิลิโคน โดย ไม่ใช่มะเร็งเต้านม และพบความเสี่ยงสูงกว่าในผู้ที่ใช้ซิลิโคนผิวขรุขระเมื่อเทียบกับผิวเรียบ ที่ IDL Hospital ก่อนทำโปรแกรมเสริมหน้าอก ศัลยแพทย์จะตรวจประเมินเต้านม ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยง เพื่อวางแผนการผ่าตัดเฉพาะบุคคล หลังทำโปรแกรมเสริมหน้าอก ควรตรวจเต้านมตามคำแนะนำของแพทย์ และแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจทุกครั้งว่ามีซิลิโคน เพื่อเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม หรือรูปทรงเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน⚠️ หากเต้านมบวมผิดปกติ คลำพบก้อน มีอาการเจ็บ หรือรูปทรงเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

หลังรักษามะเร็งเต้านม จะทำโปรแกรมเสริมหน้าอกได้เมื่อไร?

หลังรักษามะเร็งเต้านม จะทำโปรแกรมเสริมหน้าอกได้เมื่อไร? การสูญเสียเต้านมหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการรักษามะเร็ง อาจส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลายคน จึงเกิดคำถามสำคัญว่า หลังรักษามะเร็งเต้านม จะทำโปรแกรมเสริมหน้าอกได้เมื่อไร? โดยทั่วไปสามารถแบ่งตามช่วงเวลาของการผ่าตัดได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและความพร้อมของแต่ละบุคคล ดังนี้ 1. Immediate Reconstruction คือ การสร้างเต้านมใหม่พร้อมกับการผ่าตัดนำเนื้อเต้านมหรือก้อนมะเร็งออก จึงช่วยลดช่วงเวลาที่ผู้ป่วยต้องสูญเสียรูปทรงของเต้านม และอาจช่วยลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดบางส่วนได้ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน แพทย์จะต้องประเมินหลายปัจจัย เช่น ระยะและลักษณะของโรคมะเร็งเต้านม ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง ปริมาณผิวหนังและเนื้อเยื่อที่สามารถเก็บไว้ได้ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน ความจำเป็นในการฉายแสงหลังผ่าตัด สุขภาพโดยรวมและโรคประจำตัวของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายที่ต้องฉายแสงอาจยังสามารถเริ่มกระบวนการสร้างเต้านมใหม่พร้อมการผ่าตัดมะเร็งได้ หากได้รับการวางแผนร่วมกันอย่างเหมาะสมจากทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 2. Delayed Reconstruction คือ การวางแผนสร้างเต้านมใหม่ภายหลังจากการรักษามะเร็งเสร็จสิ้นแล้ว โดยรอให้แผลผ่าตัดหายดี เนื้อเยื่อฟื้นตัว และร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัดอีกครั้ง วิธีนี้อาจเหมาะกับผู้ป่วยที่ ต้องเข้ารับเคมีบำบัดหรือฉายแสงต่อ มีเนื้อเยื่อบริเวณหน้าอกที่ยังไม่พร้อมสำหรับการสร้างเต้านมใหม่ ต้องการให้ความสำคัญกับการรักษามะเร็งก่อน มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัด ยังไม่พร้อมตัดสินใจเรื่องรูปแบบหรือเทคนิคในการสร้างเต้านมใหม่ ซึ่งรูปแบบนี้ไม่มีช่วงเวลาตายตัวว่าจะต้องทำภายในกี่เดือนหรือกี่ปี แพทย์จะพิจารณาจากความสมบูรณ์ของการรักษามะเร็ง สภาพแผล ผลกระทบจากการฉายแสง และความพร้อมของร่างกายเป็นหลัก